
รถถูกชนแล้วหนี แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนขับ นักสืบช่วยตามหาตัวได้หรือไม่
29 ตุลาคม 2026ก่อนโอนเงินให้คู่ค้ารายใหม่ ควรตรวจสอบชื่อบริษัท สถานะนิติบุคคล ผู้ติดต่อ และบัญชีรับเงินให้สอดคล้องกับเอกสารซื้อขาย การตรวจสอบประวัติคู่ค้าจากแหล่งข้อมูลทางการควบคู่กับการยืนยันรายละเอียดผ่านช่องทางติดต่อที่เชื่อถือได้ ช่วยให้ประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจก่อนทำธุรกรรมได้รอบคอบขึ้น
คู่ค้าปลอมใช้วิธีใดหลอกให้โอนเงิน
การหลอกลวงอาจเกิดตั้งแต่การเสนอขายสินค้าไปจนถึงขั้นตอนชำระเงิน การรู้รูปแบบที่พบบ่อยช่วยให้สังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น
1. แอบอ้างชื่อบริษัทจริง
มิจฉาชีพอาจนำชื่อ ที่อยู่ หรือโลโก้ของบริษัทที่มีอยู่จริงไปใช้กับบัญชีออนไลน์ที่ตนควบคุม แม้ชื่อบริษัทจะปรากฏในทะเบียนธุรกิจ ก็ควรตรวจสอบต่อว่าผู้ที่ติดต่อมาเป็นตัวแทนของบริษัทจริงหรือไม่ โดยเปรียบเทียบข้อมูลผู้ติดต่อกับช่องทางติดต่อที่บริษัทเปิดเผยไว้
2. ปลอมเอกสารหรือเปลี่ยนบัญชีรับเงิน
ใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้อาจถูกทำให้คล้ายเอกสารจริง อีกกรณีคือแจ้งเปลี่ยนบัญชีรับเงินใกล้กำหนดชำระ หากไม่ยืนยันกับผู้ติดต่อเดิม อาจโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพแทนได้
ตรวจสอบประวัติคู่ค้าก่อนโอนเงิน ต้องเช็กอะไรบ้าง
การตรวจสอบประวัติบริษัทควรเริ่มจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้จากแหล่งอิสระ แล้วเปรียบเทียบกับเอกสารและรายละเอียดที่คู่ค้าแจ้ง โดยต้องตรวจสอบตัวผู้ติดต่อและบัญชีรับเงินแยกจากสถานะบริษัทด้วย
1. ตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล
ค้นหาชื่อบริษัทหรือเลขทะเบียนผ่าน DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จากนั้นตรวจสอบชื่อบริษัท สถานะนิติบุคคล ผู้มีอำนาจ และที่อยู่ที่ปรากฏในระบบ แล้วนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับเอกสารที่คู่ค้าส่งให้ เพื่อดูว่ารายละเอียดตรงกันหรือมีจุดใดที่ต้องสอบถามเพิ่มเติม
2. เปรียบเทียบข้อมูลในเอกสาร
ตรวจสอบรายละเอียดในใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบสั่งซื้อว่ามีข้อมูลตรงกันหรือไม่ โดยเฉพาะชื่อผู้ขาย เลขที่เอกสาร รายการสินค้า จำนวนเงิน และเงื่อนไขการชำระเงิน หากเอกสารแต่ละฉบับระบุรายละเอียดแตกต่างกัน ควรตรวจสอบให้ทราบว่าความแตกต่างนั้นเกิดจากสาเหตุใดก่อนดำเนินการชำระเงิน
3. ยืนยันตัวผู้ติดต่อและบัญชีรับเงิน
ตรวจสอบชื่อบัญชีธนาคารกับชื่อบุคคลหรือบริษัทที่ระบุในสัญญาและเอกสารซื้อขาย หากผู้รับเงินเป็นบุคคลอื่น ควรตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับคู่สัญญาและเงื่อนไขการชำระเงินให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่มีการเปลี่ยนบัญชีระหว่างดำเนินธุรกิจ ควรตรวจสอบรายการชำระเงินกับเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนโอนเงิน
หากยังมีข้อสงสัย ควรทำอย่างไร
เมื่อข้อมูลจากเอกสารและการติดต่อไม่สอดคล้องกัน ควรรวบรวมหลักฐานและกำหนดประเด็นที่ต้องตรวจสอบบริษัทปลอมให้ชัดเจน
1. เก็บเอกสารและบันทึกข้อผิดปกติ
เก็บใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ข้อความสนทนา อีเมล และรายละเอียดบัญชีรับเงิน จดบันทึกว่าข้อมูลส่วนใดไม่ตรงกัน แล้วขอคำชี้แจงผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้
2. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น
หากต้องตรวจสอบความเกี่ยวข้องของผู้ติดต่อกับบริษัทหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานประกอบการ อาจปรึกษานักสืบเอกชนเพื่อประเมินขอบเขตงาน
หากโอนเงินไปแล้วและสงสัยว่าถูกหลอก ควรติดต่อธนาคารโดยเร็ว และแจ้งเหตุผ่าน Thai Police Online หรือสอบถามสายด่วน 1441
บทสรุป
การตรวจสอบประวัติคู่ค้าควรพิจารณาข้อมูลบริษัท ผู้ติดต่อ เอกสารซื้อขาย และบัญชีรับเงินร่วมกัน การตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลช่วยยืนยันสถานะการจดทะเบียน ขณะที่การยืนยันตัวผู้ติดต่อช่วยลดความเสี่ยงจากการแอบอ้าง หากพบข้อมูลขัดแย้ง ควรชะลอการโอนเงินและตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน
หากคุณกำลังสงสัยว่าบุคคลที่ติดต่อด้วยมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ ปรึกษานักสืบ SPY191 เพื่อสอบถามแนวทางตรวจสอบบริษัทปลอมที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
1. ตรวจสอบประวัติบริษัทได้จากที่ไหน
ตรวจสอบได้ผ่าน DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งใช้ค้นหาข้อมูลนิติบุคคลที่ระบบเปิดเผย
2. บริษัทจดทะเบียนแล้ว ยังถูกแอบอ้างได้หรือไม่
ได้ ผู้ไม่หวังดีอาจนำชื่อบริษัทจริงไปใช้ จึงควรยืนยันตัวผู้ติดต่อและบัญชีรับเงินแยกจากการตรวจสอบทะเบียน
3. หากสงสัยว่าคู่ค้าเป็นบริษัทปลอม ควรทำอย่างไร
ชะลอการชำระเงิน ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการ ติดต่อบริษัทผ่านช่องติดต่อทางการ และเก็บหลักฐาน หากยังมีข้อสงสัยให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
แหล่งอ้างอิง
[1] กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. DBD DataWarehouse+. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2026
[2] ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. แจ้งความออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2026
[3] ICS. Case Study: Due Diligence investigation helps business move forward with new investors. สืบค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2026






