
เงินเดือนลูกหนี้ ยึดมาหักหนี้ได้ไหม สิทธิที่เจ้าหนี้ควรรู้
20 กุมภาพันธ์ 2026
เรื่องเล่าจากนักสืบ: จุดเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงทรัพย์ลูกหนี้ ที่คุณคิดไม่ถึง
27 กุมภาพันธ์ 2026คำว่า “ฟ้องแล้วเดี๋ยวก็ได้เงิน” เป็นความเข้าใจที่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มบังคับคดี เพราะคำพิพากษาไม่ได้ทำให้ลูกหนี้โอนเงินให้คุณทันที ให้เพียงสิทธิในการใช้กระบวนการสืบทรัพย์บังคับคดีเท่านั้น ส่วนจะได้เงินคืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าลูกหนี้มีทรัพย์ให้ยึดจริงหรือเปล่า และคุณรู้ข้อมูลนั้นมากแค่ไหน
ในงานสืบทรัพย์ที่นักสืบเอกชนทำอยู่ทุกวัน มีคดีที่ชนะแต่บังคับคดีไม่ได้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ สาเหตุไม่ได้อยู่ที่กฎหมายอ่อนแอ แต่อยู่ที่เจ้าหนี้ไม่รู้วิธีสืบทรัพย์ลูกหนี้ ทำให้ไม่รู้ว่าทรัพย์อยู่ตรงไหน หรือรู้ช้าเกินไปจนทรัพย์ถูกจัดการไปก่อน การสืบทรัพย์บังคับคดีจึงไม่ใช่ขั้นตอนปลายทาง แต่เป็นกลยุทธ์ที่ต้องวางแผนตั้งแต่ต้นเกม
กฎหมายเปิดทางให้สืบทรัพย์บังคับคดีและยึดทรัพย์อะไรได้บ้าง
เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด เจ้าหนี้สามารถยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์ของลูกหนี้ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนและระยะเวลาการบังคับคดี ซึ่งชี้ชัดว่า “สิทธิ” กับ “ผลลัพธ์” เป็นคนละเรื่องกัน การจะเปลี่ยนสิทธินั้นให้เป็นเงิน ต้องรู้ว่ามีทรัพย์อะไรอยู่ในระบบ โดยเจ้าหนี้สามารถสืบทรัพย์บังคับคดีได้ดังนี้
1. อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน หรือคอนโด
หากทรัพย์อยู่ในชื่อลูกหนี้และไม่มีภาระผูกพันเกินมูลค่า เจ้าพนักงานสามารถยึดและขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ในภาคสนามมีหลายคดีที่นักสืบเอกชนมักพบว่า ทรัพย์ถูกถ่ายโอนล่วงหน้า หรือมีการจำนองจนแทบไม่เหลือมูลค่าให้เจ้าหนี้ การสืบทรัพย์ลูกหนี้ตั้งแต่ก่อนหรือระหว่างคดีจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวก่อนทรัพย์จะถูกเคลื่อนย้าย
2. เงินในบัญชีและสิทธิเรียกร้องทางการเงิน
เงินฝากในบัญชี เงินปันผล หรือเงินที่บุคคลอื่นค้างชำระลูกหนี้ สามารถถูกอายัดได้ หากระบุตัวบัญชีหรือแหล่งรายได้ชัดเจน แต่ปัญหาที่พบคือ หากเจ้าหนี้ไม่ทราบว่าลูกหนี้ใช้ธนาคารใด หรือมีรายได้ผ่านช่องทางใด การอายัดจะเป็นไปได้ยากมาก เพราะเจ้าพนักงานไม่สามารถค้นหาแทนแบบสุ่มทั้งหมดได้ ดังนั้นการจ้างนักสืบที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยในเรื่องนี้ได้อย่างมาก
3. เงินเดือนและรายได้ประจำ
เงินเดือนของลูกหนี้จะได้รับความคุ้มครองในส่วน 20,000 บาทแรก ไม่สามารถอายัดได้ หากมีรายได้เกิน 20,000 บาท ส่วนที่เกินจึงจะถูกอายัดได้ไม่เกิน 30% และต้องดำเนินการผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยส่งคำสั่งไปยังนายจ้างโดยตรง หากไม่ทราบแหล่งงานหรือไม่มีเงินเดือนประจำ การอายัดจะทำได้ยากและต้องพิจารณาช่องทางรายได้อื่นแทน
ภาพรวมทั้งหมดนี้สะท้อนว่า กฎหมายให้สิทธิการอายัดทรัพย์แก่เจ้าหนี้ครบถ้วน แต่จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อรู้เป้าหมายที่ชัดเจนเท่านั้น
คำว่า “ไม่มีทรัพย์” คือจุดเริ่มต้นของการสืบ ไม่ใช่จุดจบของคดี
ในการสืบทรัพย์บังคับคดีคำว่า “ไม่มีทรัพย์” มักทำให้เจ้าหนี้ถอดใจเร็ว ทั้งที่ในทางปฏิบัติ ทรัพย์ที่ไม่มีในชื่ออาจยังมีอยู่ในการควบคุมจริง ดังนั้นเอกสารสิทธิกับชีวิตจริงจึงต้องถูกตรวจสอบควบคู่กัน ไม่ใช่เลือกเชื่อด้านใดด้านหนึ่ง และนี่คือสิ่งที่การจ้างนักสืบสามารถสืบจนพบ และนำไปสู่การอายัดทรัพย์ของลูกหนี้ได้
1. ทรัพย์อาจไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนคนถือแทน
บ้าน รถ หรือกิจการ อาจถูกโอนให้คู่สมรส ญาติ หรือหุ้นส่วนถือครองชั่วคราว แต่ลูกหนี้ยังเป็นผู้ใช้และมีอำนาจตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียว หากดูเฉพาะเอกสารจะไม่เห็นความเชื่อมโยงนี้ วิธีสืบทรัพย์ลูกหนี้ของนักสืบเอกชนจะวิเคราะห์ความสัมพันธ์และบทบาทควบคุมทรัพย์ ไม่ใช่ดูแค่ชื่อในเอกสาร
2. รายได้อาจถูกปรับรูปแบบเพื่อเลี่ยงการอายัด
จากเงินเดือนประจำถูกแปลงเป็นรายได้อิสระ รับเงินสด หรือรับผ่านชื่อบุคคลอื่น รูปแบบรายได้ที่เปลี่ยนไปทำให้การอายัดตามระบบปกติทำได้ยากขึ้น แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิต การลงทุน หรือการขยายกิจการ ยังสะท้อนศักยภาพทางการเงินอยู่เสมอ
3. การเคลื่อนย้ายทรัพย์มักเริ่มก่อนคดีถึงที่สุด
ลูกหนี้ที่รู้ตัวว่ากำลังถูกดำเนินคดี มักจัดการทรัพย์ล่วงหน้า หากเจ้าหนี้จ้างนักสืบช้าเกินไป โอกาสที่จะตามทันก็ลดลงทันที เพราะวิธีสืบทรัพย์ลูกหนี้เรื่องของจังหวะสำคัญที่สุด ใครรู้ข้อมูลก่อน ย่อมวางแผนได้ก่อน
เมื่อมองครบทั้ง 3 มิติ จะเห็นชัดว่า การไม่มีทรัพย์ควรถูกพิสูจน์ด้วยข้อมูล ไม่ใช่ยอมรับจากคำพูดหรือเอกสารเพียงด้านเดียว การสืบทรัพย์บังคับคดีที่เป็นระบบตั้งแต่ต้นจะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่ใช้ต่อในกระบวนการบังคับคดีได้จริง
บทสรุป: สิทธิในการยึดทรัพย์มีอยู่ แต่ต้องรู้ก่อนว่ามีอะไรให้ยึด
เจ้าหนี้สามารถยึดบ้าน ที่ดิน เงินในบัญชี เงินเดือน และทรัพย์สินอื่นตามกฎหมายได้ แต่สิทธิเหล่านี้จะไม่มีความหมาย หากไม่รู้ว่าทรัพย์อยู่ตรงไหน หรือปล่อยเวลาให้ลูกหนี้จัดการไปก่อน การจ้างนักสืบเพื่อสืบทรัพย์บังคับคดีจึงเป็นการป้องกันความเสียหายซ้ำ หลังจากเผชิญปัญหาการเบี้ยวหนี้มาแล้ว การตัดสินใจเดินเกมอย่างมีข้อมูล คือสิ่งที่แยกผลลัพธ์ระหว่าง แค่ชนะคดี หรืออยากได้เงินคืนจริง ๆ
SPY191 นักสืบเอกชนที่สืบทรัพย์บังคับคดีมาแล้วหลายพันคดี สามารถมองเห็นทั้งพฤติกรรมลูกหนี้ซ้ำ ๆ และเข้าใจขั้นตอนบังคับคดี หากคุณกำลังพิจารณาจะจ้างนักสืบเพื่อวางแผนสืบทรัพย์ลูกหนี้อย่างเป็นระบบ เราขอยืนยันว่า การเริ่มต้นให้เร็วและทำงานอย่างมีกลยุทธ์ คือความได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดในสถานการณ์นี้
คำถามที่พบบ่อย
1. ชนะคดีแล้ว ลูกหนี้บอกไม่มีทรัพย์ ต้องทำอย่างไรต่อ?
อย่าหยุดแค่คำพูด ควรตรวจสอบข้อมูลทรัพย์และแหล่งรายได้ก่อน หากยังมีพฤติกรรมใช้ชีวิตปกติ มีธุรกิจ หรือมีรายได้บางรูปแบบ ยังมีแนวทางสืบทรัพย์บังคับคดีต่อได้
2. ถ้าไม่รู้ว่าลูกหนี้ทำงานที่ไหน จะอายัดเงินเดือนได้ไหม?
ไม่ได้โดยตรง เพราะต้องระบุนายจ้างชัดเจนในการยื่นอายัด หากไม่ทราบข้อมูล ควรจ้างนักสืบเพื่อหาช่องทางรายได้ก่อน จึงจะดำเนินกระบวนการสืบทรัพย์ได้
3. ควรเริ่มสืบทรัพย์ตอนไหนดีที่สุด?
ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนหรือระหว่างฟ้อง เพราะช่วงนั้นข้อมูลยังสะท้อนสภาพจริง หากรอให้คดีจบแล้วค่อยเริ่ม โอกาสที่ทรัพย์จะถูกย้ายหรือจัดการไปก่อนมีสูงมาก
แหล่งอ้างอิง:
[1] สำนักงานกิจการยุติธรรม. EP.7 ระยะเวลาการบังคับคดี กี่ปี และนับอย่างไร? (2023). สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2026 แหล่งอ้างอิง: https://www.youtube.com/watch?v=OsfluPMFUaQ
[2] คลินิกแก้หนี้. เจ้าหนี้ ยึด/อายัด ทรัพย์สินอะไรได้บ้าง? (2023). สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2026 แหล่งอ้างอิง: https://www.debtclinicbysam.com/เจ้าหนี้–ยึด–อายัด–ทรัพย/
[3] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. เป็นหนี้ ! เจ้าหนี้อายัดอะไรได้บ้าง ? (2023). สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2026 แหล่งอ้างอิง: https://www.set.or.th/th/about/mediacenter/insights/article/280-debt






