
ทำความรู้จักลูกหนี้ก่อนให้ยืมเงิน คนแบบไหนมีโอกาสเบี้ยวหนี้
18 กุมภาพันธ์ 2026
เป็นหนี้แล้วไม่ใช้ เจ้าหนี้ยึดอะไรจากลูกหนี้ได้บ้าง
24 กุมภาพันธ์ 2026เมื่อมีคำพิพากษาสืบทรัพย์บังคับคดีให้ลูกหนี้ชำระเงินคืน คำถามที่เจ้าหนี้ตั้งขึ้นทันทีคือ ถ้าเขายังมีเงินเดือนจากงานประจำ เราสามารถอายัดมาหักหนี้ได้เลยหรือไม่ คำตอบคือ “ทำได้ตามกฎหมาย” แต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขให้ครบ เพราะการอายัดเงินเดือนไม่ใช่การหักทั้งก้อน และไม่ใช่สิทธิที่เจ้าหนี้ใช้ได้เองโดยตรง
ภายใต้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 หลักการสำคัญคือ การคุ้มครองการดำรงชีพของลูกหนี้ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ กฎหมายจึงกำหนด “เพดานเงินขั้นต่ำ” ที่กันไว้ก่อน แล้วจึงอายัดเฉพาะส่วนที่เกินจากเพดานนั้นได้ โดยมีข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตามด้วย
เงื่อนไขแรก คือ ต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อน
เจ้าหนี้จะยังไม่สามารถไปแจ้งนายจ้างให้หักเงินเดือนลูกหนี้เองได้ ต่อให้มีสัญญากู้หรือหลักฐานหนี้ชัดเจน การอายัดจะทำได้ก็ต่อเมื่อ
- ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่บังคับคดีได้แล้ว
- เจ้าหนี้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี
- เจ้าพนักงานบังคับคดีออกคำสั่งอายัดไปยังนายจ้าง
ขั้นตอนนี้เป็นการควบคุมความชอบธรรม และเป็นจุดที่หลายคดีสะดุด เพราะไม่มีข้อมูลสถานที่ทำงานปัจจุบันของลูกหนี้ ซึ่งสามารถสร้างความได้เปรียบข้อนี้ได้ ผ่านการจ้างนักสืบเอกชนเพื่อสืบทรัพย์บังคับคดี
เงินเดือนขั้นต่ำของลูกหนี้ที่ได้รับการคุ้มครอง ไม่สามารถสืบทรัพย์บังคับคดีเพื่ออายัดได้
แนวปฏิบัติที่ใช้กันในปัจจุบัน (2569) กำหนดว่า เงินเดือนสุทธิในระดับไม่เกิน 20,000 บาท จะได้รับความคุ้มครองไม่ให้อายัด กล่าวให้ชัดคือ หากลูกหนี้มีรายได้สุทธิต่อเดือนต่ำกว่าหรือเท่ากับ 20,000 บาท การอายัดเงินเดือนจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะถือว่าเป็นระดับขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ
แต่หากเงินเดือนสูงกว่า 20,000 บาท ส่วนที่เกินจากตัวเลขนี้จะเข้าสู่ขอบเขตการพิจารณาอายัด ตัวเลข 20,000 บาท จึงเป็น “เพดานคุ้มครอง” ไม่ใช่ยอดที่ถูกหักอัตโนมัติทั้งหมด
การอายัดเงินเดือนส่วนที่เกิน ทำได้เท่าไร
เมื่อเงินเดือนสุทธิเกิน 20,000 บาท ส่วนที่เกินสามารถถูกอายัดได้ แต่ไม่ใช่การหัก 100% ของส่วนเกินเสมอไป ในทางปฏิบัติ การอายัดรายได้ประจำบางประเภท เช่น ค่าคอมมิชชั่นหรือค่าล่วงเวลา มักอยู่ในกรอบไม่เกิน 30% ของรายได้ประเภทนั้น ส่วนโบนัสมีแนวทางอายัดได้ไม่เกิน 50% ของยอดโบนัส สำหรับเงินชดเชยหรือบำเหน็จ หากได้รับเป็นก้อนใหญ่ การอายัดจะทำได้เฉพาะส่วนที่เกินจาก 300,000 บาท
ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนหลักคิดเดียวกัน คือ ไม่ให้การสืบทรัพย์บังคับคดีทำให้ลูกหนี้หมดความสามารถในการยังชีพ หรือไร้หนทางเริ่มต้นใหม่
รู้หรือไม่ ลูกหนี้ขอลดอัตราอายัดได้เช่นกัน
กฎหมายเปิดช่องให้ลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี หากมีเหตุจำเป็น เช่น ภาระเลี้ยงดูบุตร ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ
ในบางกรณี เจ้าพนักงานอาจพิจารณาปรับลดอัตราการอายัดลงได้ แต่ต้องไม่กระทบสิทธิขั้นต่ำที่กฎหมายวางไว้ กล่าวคือ แม้ลดลง ก็ยังต้องอยู่ในกรอบที่ไม่ทำให้ยอดหนี้หยุดนิ่งโดยไม่มีเหตุผล
ทำไมบางคดีอายัดไม่ได้ ทั้งที่ลูกหนี้มีเงินเดือน
จากประสบการณ์ของนักสืบเอกชนที่ทำงานด้านสืบทรัพย์บังคับคดีมาจนเชี่ยวชาญ ปัญหาที่พบบ่อยของวิธีสืบทรัพย์ลูกหนี้ไม่ใช่เรื่องตัวเลขตามกฎหมาย แต่คือข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น
- ลูกหนี้เปลี่ยนงานก่อนคำสั่งอายัดจะไปถึง
- รายได้ถูกเปลี่ยนรูปแบบจากเงินเดือนเป็นค่าที่ปรึกษาหรือรายได้ผ่านกิจการอื่น
- มีรายได้หลายทาง แต่ไม่ปรากฏในสลิปเงินเดือนหลัก
- หากเจ้าหนี้ไม่ตรวจสอบโครงสร้างรายได้ให้ครบก่อนยื่นบังคับคดี การอายัดจะเสียเวลาและต้องเริ่มใหม่
นี่คือเหตุผลที่การสืบทรัพย์บังคับคดีควรเริ่มตั้งแต่ก่อนหรือระหว่างพิจารณาคดี ไม่ใช่รอสืบหลังคำพิพากษา
สรุปสิทธิของเจ้าหนี้เกี่ยวกับการอายัดเงินเดือน
ภายใต้กฎหมายฉบับแก้ไขปี 2560 เจ้าหนี้สามารถดำเนินการได้ดังนี้
- เจ้าหนี้สามารถอายัดเงินเดือนลูกหนี้ได้
- ต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อน
- เงินเดือนลูกหนี้สุทธิไม่เกิน 20,000 บาทได้รับการคุ้มครอง
- ส่วนเกินจาก 20,000 บาทเข้าสู่ขอบเขตการอายัด
- รายได้ประเภทอื่นมีสัดส่วนจำกัด เช่น 30% หรือ 50% ตามลักษณะรายได้
- เงินชดเชยหรือบำเหน็จอายัดได้เฉพาะส่วนที่เกิน 300,000 บาท
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ยึดได้ไหม” แต่คือ “คุณมีข้อมูลเพียงพอให้การยึดเกิดผลจริงหรือไม่” ดังนั้นการวางแผนสืบทรัพย์บังคับคดีตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การอายัดเงินเดือนทำได้จริง ไม่ใช่เพียงทฤษฎีบนกระดาษ หากต้องการประเมินความเป็นไปได้ก่อนยื่นบังคับคดี หรือวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ ติดต่อนักสืบเอกชน SPY191 ที่พร้อมทำงานด้วยความเข้าใจวิธีสืบทรัพย์ลูกหนี้ ทั้งข้อเท็จจริงและกรอบกฎหมาย เพื่อให้สิทธิของเจ้าหนี้ถูกใช้ได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
1.ลูกหนี้ต้องมีเงินเดือนเท่าไรถึงอายัดได้
โดยแนวปฏิบัติ เงินเดือนสุทธิที่ไม่เกิน 20,000 บาทจะได้รับการคุ้มครองไม่ให้อายัด ส่วนที่เกินจาก 20,000 บาทจึงเข้าสู่ขั้นตอนสืบทรัพย์บังคับคดีและอายัดได้ตามสัดส่วนที่กำหนด
2.เจ้าหนี้สามารถอายัดเงินเดือนลูกหนี้ได้เองหรือไม่
ไม่ได้ ต้องมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อน จึงเข้าสู่กระบวนการสืบทรัพย์บังคับคดีและยื่นคำร้องอายัดผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดี
3.หากลูกหนี้เปลี่ยนงานหลังถูกฟ้อง การอายัดจะทำอย่างไร
ต้องตรวจสอบนายจ้างรายใหม่และยื่นอายัดอีกครั้ง วิธีสืบทรัพย์ลูกหนี้ที่แม่นยำของนักสืบเอกชนจึงช่วยในกรณีนี้ได้เป็นอย่างดี
แหล่งอ้างอิง:
[1] ราชกิจจานุเบกษา. พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2560. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2026 แหล่งอ้างอิง: https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/069/1.PDF






