เรียนรู้สู่การลงทุน

เรียนรู้สู่การลงทุน


                                                                            เรียนรู้สู่การลงทุน

     ยุค 5G ที่อะไรๆสามารถเสกสรรปั้นแต่งได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะรับ-ส่งข่าวสาร หรือัพเดตข้อมูลภายในเวลาไม่กี่นาที แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากกลับสวนทางลดน้อยถอยลงแทบจะติดลบ ในอัตรา 0.25%  ซึ่งต่างจากยุคก่อนหรือเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาที่อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 8-10% ส่งผลให้เศรษฐิกจเฟื่องฟูมาก ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคต้มยำกุ้งในที่สุด และยกตัวอย่างล่าสุดเมื่อปี 2562 เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงในประเทศเวเนซุเอลา  ทำให้ค่าเงินโบลิวาร์แทบจะกลายเป็นเพียงแผ่นกระดาษที่ไร้ค่า  ด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อหรือภาวะเงินฝีด ล้วนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและภาคอุตสาหกรรมโดยรวมทั้งสิ้น ซึ่งทุกคนไม่ควรมองข้ามและควรตระหนักถึงปัญหานี้ว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ว่าจะเกิดภาะเงินฝีดหรือภาวะเงินเฟ้อดังกล่าว ทุกคนและทุกอาชีพ  ควรจะเรียนรู้ศึกษาหาแนวทางการลงทุนหรือวางแผนการเงินอย่างจริงจัง เพื่อรองรับเตรียมความพร้อมให้เพียงพอในวัยเกษียณและป้องกันความเสี่ยงในอนาคต  ซึ่งคนที่มีรายได้สูงย่อมมีแต้มต่อกว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผู้มีรายได้ยก็ไม่ได้ด้อยโอกาสไปเลยทีเดียว เพราะถ้าจัดสัดส่วนจัดการอย่างมีระบบระเบียบโดยการแบ่งรายได้ส่วนนึงมาออม 10-20% ของรายได้และทำให้เป็นวินัยทุกเดือนโดยการทำ DCA (Dollar cost average) และออมเพิ่มทุกปี วิธีนี้จะช่วยให้ถึงเป้าหมายได้ไม่ยาก และช่องทางการลงทุนก็มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าออมผ่านการทำประกันชีวิต, กองทุนรวม,  หุ้น, ETF  เหล่านี้ล้วนเป็นตัวช่วยการออมและการกระจายความเสี่ยงตามความเหมาะสมของผู้ลงทุน ที่รับความเสี่ยงได้มาก-น้อยได้ทั้งสิ้นและเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ในที่นี้จะขอเน้นเรื่อง กองทุน และ ETF เป็นหลัก เพราะข้อดีคือไม่จำเป็นต้องใช้ทุนสูงก็สามารถเข้าถึงได้ บางกองทุนเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงิน 1บาทขึ้นไป  และไม่เสี่ยงมากเท่าการซื้อหุ้นรายตัว รวมทั้งมีกองทุนให้เลือกหลากหลายตามความเหมาะสมที่รับความเสี่ยงได้ ตามอายุหรือประสบการณ์ที่มี โดยเริ่มจากการทำประเมินความเสี่ยงที่ธนาคารหรือ บริษัทหลักทรัพย์ จำกัดนั้นๆ ที่ให้บริการ   เพื่อประเมินว่าเหมาะที่จะลงทุนหรือตั้งเป้าหมายการออมกี่ปี เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ลงทุนมากที่สุด ถ้ารับความเสี่ยงได้ไม่มากพอหรืออายุเริ่มเยอะ ก็เลือกกองที่เสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรมากกว่าหุ้นในอตัรา 75/25 แต่ก็จะได้รับผลตอบแทนไม่สูงเช่นกัน (เพราะเน้นรักษาเงินต้น แต่ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์แน่นอน) แต่ถ้าอายุน้อยหรือรับความเสี่ยงได้มากขึ้นและคาดหวังผฃตอบแทนที่สูงขึ้นก็เลือกกองที่มีหุ้นผสมมากกว่า 75 % ได้ หรือ 100 %  หรือจะเลือก แบบ 50/50 ก็สามารถทำได้  อีกทั้งยังมีกองทุนที่ลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ให้เลือกอีกด้วยนับว่าเป็นข้อดีของนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นไป ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลจะเลือกสรร นอกจากนี้หากศึกษาเพิ่มเติมและกระจายการลงทุนไปซื้อ ETF  ซึ่งมีทั้งแบบรายตัว หรือแบบ จัดพอร์ตแบบ theamatic ก็มีให้เลือกลงทุนไม่ยาก ข้อดีของ ETF คือทราบราคา ณ.ขณะที่ซื้อเหมือนหุ้น แต่ไม่เสี่ยงมากเท่าหุ้นเพราะเป็นการผสมระหว่างหุ้น+กองทุนรวม ยุคนี้การซื้อกองทุนหรือ ลงทุนใน ETF  ไม่ใช่เรื่องยาก สามารถทำการซื้อ-ขายผ่านมือถือ ได้ภายในไม่กี่นาที และสามรถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านเวปไซด์ตลาดหลักทรัพย์หรืออื่นๆ ทำให้การลงทุนไม่ใช่เรื่องยาก หรือไกลตัวอีกต่อไป ทุกอย่างอยู่แค่ปลายเอื้อมขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะให้ความสำคัญและลงมือทำอย่างจริงจังหรือจะปล่อยผ่านไปเพราะคำว่ารับความเสี่ยงไม่ได้ แต่การที่ไม่กล้ารับความเสี่ยงอะไรเลย คือความเสี่ยงที่สุด

 

 

 

 



คียเวิร์ด
นักสืบ,นักสืบเอกชน,จ้างนักสืบ,บริษัทนักสืบ,นักสืบชู้สาว
รายละเอียด
ยุค 5G ที่อะไรๆสามารถเสกสรรปั้นแต่งได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะรับ-ส่งข่าวสาร หรือัพเดตข้อมูลภายในเวลาไม่กี่นาที แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากกลับสวนทางลดน้อยถอยลงแทบจะติดลบ ในอัตรา 0.25% ซึ่งต่างจากยุคก่อนหรือเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมาที่อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 8-10% ส่งผลให้เศรษฐิกจเฟื่องฟูมาก ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคต้มยำกุ้งในที่สุด และยกตัวอย่างล่าสุดเมื่อปี 2562 เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงในประเทศเวเนซุเอลา ทำให้ค่าเงินโบลิวาร์แทบจะกลายเป็นเพียงแผ่นกระดาษที่ไร้ค่า ด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อหรือภาวะเงินฝีด ล้วนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและภาคอุตสาหกรรมโดยรวมทั้งสิ้น ซึ่งทุกคนไม่ควรมองข้าม
ลิงค์
-เรียนรู้สู่การลงทุน
สร้างเมื่อ
2021-04-04 16:14:32