
สืบชู้สาวแล้วได้อะไร นอกจากคำตอบว่าเขานอกใจหรือไม่
9 กุมภาพันธ์ 2026เวลาบริษัทจะรับพนักงานใหม่ หลายแห่งให้ความสำคัญกับเรซูเม่ หน้าตาโปรไฟล์ หรือคำสัมภาษณ์ที่ดูดี แต่กลับมองข้ามเรื่องหนึ่งที่สำคัญกว่านั้นมาก คือ การตรวจสอบประวัติพนักงาน ซึ่งอดีตของเขาไม่ได้หายไปไหน มันมักจะตามมาส่งผลกับการทำงาน ความน่าเชื่อถือ และความเสี่ยงขององค์กรโดยตรง
มีเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยที่ต้องมาจ้างนักสืบแก้ปัญหาภายหลัง ตั้งแต่ตามสืบพนักงานโกงเงิน เปิดข้อมูลลับให้คู่แข่ง ไปจนถึงคดีความที่ลากบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้อง ปัญหาทั้งหมดนี้มักเริ่มจากจุดเดียวกัน คือ ไม่เคยตรวจสอบประวัติพนักงานอย่างจริงจังตั้งแต่แรก
อดีตของพนักงาน ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวเสมอไป
คุณอาจเข้าใจว่า การจ้างนักสืบไปขุดคุ้ยอดีตพนักงานคือการละเมิดสิทธิ แต่ในมุมของการบริหารองค์กร เมื่อใครสักคนเข้ามาทำงาน เขาไม่ได้ถือแค่ตำแหน่ง แต่ถือ “ความเสี่ยง” ของบริษัทไปพร้อมกัน
การรู้ว่าเขาเคยมีประวัติคดี ฉ้อโกง เบี้ยวหนี้ หรือมีพฤติกรรมที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เรื่องสอดรู้สอดเห็น และมีระดับที่กฎหมายให้ทำได้ ถือเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจสร้างความเสียหายเป็นหลักล้าน
อดีตที่ไม่ถูกตรวจสอบ มักกลายเป็นปัญหาในอนาคต
ในฐานะนักสืบเอกชนที่ทำงานกับภาคธุรกิจ สิ่งที่เจอซ้ำ ๆ คือ บริษัทที่เจอปัญหามักพูดประโยคเดียวกันว่า “ถ้ารู้ตั้งแต่แรก คงไม่รับคนนี้เข้าทำงาน” ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่มักค่อย ๆ แสดงตัวเมื่อพนักงานเริ่มเข้าถึงข้อมูล เงิน หรืออำนาจตัดสินใจ
1. พนักงานที่เคยมีประวัติทุจริต มีโอกาสทำซ้ำ
ตามหลักพฤติกรรมศาสตร์และคดีที่เกิดขึ้นจริง คนที่เคยโกงหรือทุจริตมาก่อน หากไม่มีการแก้ไขเชิงพฤติกรรมอย่างแท้จริง มีแนวโน้มสูงที่จะทำซ้ำ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมเงินหรือข้อมูลสำคัญ
2. ประวัติคดีความ ที่อาจลากบริษัทเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
พนักงานบางคนมีคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ยังไม่จบ เมื่อบริษัทไม่รู้ และให้เขาเป็นผู้แทนทางธุรกิจ สุดท้ายองค์กรอาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และกฎหมาย
3. พฤติกรรมส่วนตัวบางอย่าง ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือองค์กร
เช่น ประวัติเบี้ยวหนี้จำนวนมาก พัวพันเครือข่ายสีเทา ติดยาเสพติด ลักขโมย หรือมีความสัมพันธ์ชู้สาวที่ก่อปัญหาในที่ทำงาน เรื่องเหล่านี้อาจไม่ผิดกฎหมายโดยตรง แต่กระทบต่อวัฒนธรรมองค์กรและความเชื่อมั่นของลูกค้า
ตรวจสอบประวัติพนักงาน ทำได้แค่ไหน ไม่ผิดกฎหมายหรือ
นี่คือคำถามที่เจ้าของกิจการถามบ่อยที่สุด คำตอบคือ “ทำได้ แต่ต้องทำให้ถูกกรอบ” กฎหมายไม่ได้ห้ามการตรวจสอบประวัติบุคคล หากการตรวจสอบนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์โดยชอบขององค์กร และไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเกินสมควร เช่น ไม่ปลอมแปลงข้อมูล ไม่คุกคาม หรือใช้ข้อมูลในทางที่ผิด
ดังนั้นการทำงานร่วมกับนักสืบเอกชนที่เข้าใจข้อกฎหมาย จะช่วยให้การตรวจสอบประวัติพนักงานเป็นไปอย่างถูกต้อง ใช้ข้อมูลได้จริง และไม่กลายเป็นปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง
นักสืบเอกชน ช่วยองค์กรตรวจสอบประวัติพนักงานได้มากกว่าที่คิด
หลายบริษัทเข้าใจผิดว่า การจ้างนักสืบคือเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องชู้สาวเท่านั้น แต่ในความจริง ภาคธุรกิจใช้บริการนักสืบเอกชนในการบริหารความเสี่ยงมานานแล้ว
1. ตรวจสอบประวัติย้อนหลังที่เอกสารไม่เคยบอก
เรซูเม่บอกได้แค่ว่าเขาอยากให้คุณรู้อะไร แต่นักสืบจะดูพฤติกรรมจริง ๆ ในอดีต เช่น ประวัติการทำงานที่ถูกเลี่ยงพูดถึง ปัญหาที่เคยเกิดขึ้น หรือความเชื่อมโยงที่อาจเป็นความเสี่ยง
2. คัดกรองพนักงานก่อนรับ ช่วยลดต้นทุนระยะยาว
การรับคนผิดมาทำงานไม่ได้เสียแค่เงินเดือน แต่ทั้งเสียเวลา เสียทีมงาน และอาจเสียชื่อเสียง การจ้างนักสืบเพื่อตรวจสอบประวัติพนักงานตั้งแต่ต้น จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการแก้ปัญหาทีหลังหลายเท่า
3. ใช้ข้อมูลเป็นอีกส่วนในการประกอบการตัดสินใจ
นักสืบไม่ได้ตัดสินว่า “ควรรับ หรือไม่รับใครเข้าทำงาน” แต่ทำหน้าที่ให้ข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจอย่างรอบคอบ บนพื้นฐานของความจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
กรณีไหนที่บริษัทควรตรวจสอบประวัติพนักงานจริงจังเป็นพิเศษ
ไม่ใช่ทุกตำแหน่งต้องตรวจละเอียดเท่ากัน แต่มีบางตำแหน่งที่ความเสี่ยงสูง หากพลาดครั้งเดียว อาจเสียหายหนัก เช่น
- ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเงิน บัญชี หรือการอนุมัติ
- ตำแหน่งที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้า หรือข้อมูลลับทางธุรกิจ
- ผู้บริหารระดับสูง หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ
- พนักงานที่ต้องเป็นหน้าตาของบริษัทในการเจรจาภายนอก
ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเงิน ข้อมูล และอำนาจตัดสินใจ ไม่ใช่จุดที่องค์กรจะเสี่ยงจากการคัดกรองแบบผิวเผิน เพราะพลาดเพียงคนเดียว อาจกระทบทั้งระบบงานและความเชื่อมั่นในระยะยาว การรู้ประวัติที่ลึกขึ้นตั้งแต่ต้น คือการลดความเสี่ยงก่อนที่ปัญหาจะมีโอกาสเกิด
บทสรุป
อดีตของพนักงาน ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินคุณค่าความเป็นคน แต่มีไว้เพื่อประเมินความเสี่ยงขององค์กร เพราะบริษัทไม่ได้เสียหายจาก “คนไม่ดี” เพียงอย่างเดียว แต่เสียหายจาก “การไม่รู้” ด้วย หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หรือฝ่าย HR ที่กำลังลังเลว่าจะตรวจสอบแค่ไหนถึงพอดี คำตอบคือ ตรวจให้พอรู้ความจริง ก่อนที่ปัญหาจะเป็นฝ่ายเปิดตัวเอง
SPY191 ให้บริการตรวจสอบประวัติพนักงาน และสืบประวัติบุคคลโดยนักสืบเอกชนที่เข้าใจกฎหมาย ทำงานอย่างเป็นระบบ และเน้นข้อมูลที่นำไปใช้ตัดสินใจได้จริง หากคุณไม่อยากให้ความเสี่ยงซ่อนตัวอยู่ในองค์กร การจ้างนักสืบมืออาชีพตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยปกป้องอนาคตของบริษัทคุณได้มากกว่าที่คิด
คำถามที่พบบ่อย
1. บริษัทจำเป็นต้องตรวจสอบประวัติพนักงานจริงไหม
จำเป็น โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวกับเงิน ข้อมูล และอำนาจตัดสินใจ เพราะความผิดพลาดของคนเดียว อาจสร้างความเสียหายทั้งองค์กร
2. ตรวจสอบประวัติพนักงานแบบไหนไม่ผิดกฎหมาย
ต้องตรวจบนกรอบกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และใช้ข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงทางธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อกลั่นแกล้งหรือประจาน
3. ทำไมบริษัทชั้นนำเลือกจ้างนักสืบเอกชนแทนการเช็กเอง
เพราะนักสืบเอกชนเห็นข้อมูลที่อยู่นอกเอกสารเรซูเม่และช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
[1] สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย. สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2026 แหล่งอ้างอิง: https://www.dct.or.th/upload/downloads/1612025563SummaryPDPA_DigitalCouncilofThailand.pdf
[2] BBC NEWS ไทย. PDPA: อะไรทำได้-ไม่ได้ ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และข้อยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม (2022). สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2026 แหล่งอ้างอิง: https://www.bbc.com/thai/thailand-61642823


