
ศาลให้ชนะคดี ≠ ได้เงินคืน ถ้าไม่สืบทรัพย์ตั้งแต่วันแรก
มกราคม 23, 2026เจ้าหนี้มักเจอเหตุการณ์เดียวกันคือ “ชนะคดีแล้ว แต่ไม่ได้เงินคืน” ศาลตัดสินให้ลูกหนี้ต้องจ่าย แต่พอถึงเวลาบังคับคดี กลับไม่เจอทรัพย์อะไรเลย ทั้งที่เมื่อก่อนเขาใช้ชีวิตหรู ขับรถดี บ้านสวย กินอยู่สบาย ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากความซวย แต่มักเกิดจากการที่ลูกหนี้วางแผนซ่อนทรัพย์ไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก 5 วิธีที่ลูกหนี้นิยมใช้ซ่อนทรัพย์ พร้อมอธิบายแบบตรงไปตรงมาว่า ทำไมคนทั่วไปถึงตามไม่เจอ และจุดไหนที่การจ้างนักสืบให้ช่วยทำการสืบทรัพย์อย่างถูกวิธี จะช่วยเปลี่ยนเกมได้จริง
5 วิธีที่ลูกหนี้ใช้ซ่อนทรัพย์ ซึ่งเก่งกว่าที่คุณคิด
หลายคนเข้าใจว่าการซ่อนทรัพย์คือการเอาเงินไปซ่อนไว้เฉย ๆ แต่ในความเป็นจริง ลูกหนี้ที่ตั้งใจหนีเจ้าหนี้มักวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นขั้นตอน และใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมที่คนทั่วไป “ไม่รู้จะเริ่มสืบจากตรงไหน” เป็นเกราะกำบัง
สิ่งที่ทำให้การสืบทรัพย์ล้มเหลวบ่อยครั้ง ไม่ใช่เพราะลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ แต่เป็นเพราะเจ้าหนี้เริ่มช้า เริ่มผิดจุด หรือพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองโดยไม่มีข้อมูลเชิงลึก และนี่คือ 5 วิธีที่ลูกหนี้ใช้จริงที่จะทำให้คุณเข้าใจว่า “ทำไมคนทั่วไปถึงตามไม่เจอ”
1. โอนทรัพย์ให้คนใกล้ตัวตั้งแต่รู้ว่ากำลังจะโดนฟ้อง
ลูกหนี้จำนวนมากไม่ได้รอให้ศาลตัดสินก่อนถึงจะเริ่มซ่อนทรัพย์ แต่เริ่ม ณ วันที่รู้ตัวว่ากำลังจะมีปัญหาเป็นคดีความ สิ่งที่พบได้บ่อยคือการโอนบ้าน โอนรถ หรือเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองทรัพย์ให้เป็นชื่อพ่อแม่ คู่สมรส หรือแม้แต่ลูก โดยยังใช้ทรัพย์นั้นเหมือนเดิมทุกอย่าง
เหตุผลที่คนทั่วไปตามไม่เจอก็เพราะว่า เมื่อค้นเอกสารราชการ ทรัพย์เหล่านั้นไม่อยู่ในชื่อลูกหนี้แล้ว การสืบทรัพย์ลูกหนี้แบบทั่วไปจึงเจอแค่ข้อมูลเปล่า ๆ แต่ในทางกฎหมายหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการโอนเพื่อหนีเจ้าหนี้ สามารถร้องเพิกถอนได้ ซึ่งต้องจ้างนักสืบเพื่อหาข้อมูลเชิงลึกและลำดับเหตุการณ์ที่คนทั่วไปเข้าถึงยาก
2. ซ่อนรายได้ผ่านบัญชีคนอื่น หรือใช้บัญชีธุรกิจบังหน้า
ลูกหนี้บางรายไม่ได้จนจริง แต่ทำให้ตัวเองดูเหมือนไม่มีรายได้ โดยให้เงินหมุนผ่านบัญชีของคนอื่น เช่น แฟน คนรู้จัก หรือบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเป็นชื่อคนอื่น รายได้จริงจึงไม่เคยเข้าบัญชีตัวเองเลย
เหตุผลที่ตามไม่เจอเพราะการตรวจสอบบัญชีธนาคารจะเห็นแค่ว่าลูกหนี้ “ไม่มีเงินเข้า” ทั้งที่ความจริงเขายังใช้ชีวิตปกติ วิธีสืบทรัพย์ลูกหนี้ในกรณีนี้ต้องดูเส้นทางการเงิน การใช้จ่าย และความสัมพันธ์ของบุคคลรอบตัว ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ ไม่ใช่แค่เอกสารอย่างเดียว
3. ถือทรัพย์ในรูปแบบที่ไม่ต้องจดทะเบียน
ทรัพย์บางอย่างไม่ต้องมีชื่อเจ้าของในระบบ เช่น เงินสด ทองคำ พระเครื่อง นาฬิกาหรู หรือคริปโตเคอร์เรนซี ลูกหนี้จำนวนมากเลือกเก็บทรัพย์ในรูปแบบนี้ เพราะรู้ว่าการบังคับคดีตามระบบราชการไม่สามารถตรวจเจอได้ง่าย
คนทั่วไปจึงตามไม่เจอเพราะไม่มีฐานข้อมูลกลาง ไม่มีทะเบียนให้ค้น การสืบทรัพย์ในลักษณะนี้ต้องอาศัยการติดตามพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ และความเคลื่อนไหวในชีวิตจริง ซึ่งเป็นจุดที่การจ้างนักสืบเอกชนเข้ามามีบทบาทสำคัญ
4. ใช้คดีอื่นหรือภาระหนี้บังหน้า
ลูกหนี้บางรายจะสร้างภาพว่าตัวเองมีหนี้หลายทาง มีคดีอื่นรออยู่ หรือมีภาระทางการเงินจำนวนมาก เพื่อทำให้เจ้าหนี้คิดว่า “ถึงตามไปก็ไม่ได้อะไร” ทั้งที่ในความจริง ทรัพย์สินถูกจัดลำดับการถือครองไว้เรียบร้อยแล้ว
คนทั่วไปมักเชื่อข้อมูลที่ลูกหนี้แสดงออกมา โดยไม่ตรวจสอบเชิงลึก จึงทำให้ตามเองไม่เจอ ดังนั้นการจ้างนักสืบที่เข้าใจโครงสร้างหนี้และกฎหมายบังคับคดี จะช่วยแยกแยะได้ว่าหนี้ไหนจริง หนี้ไหนสร้างภาพ และทรัพย์ไหนยังตามได้ทัน
5. ใช้การถ่วงเวลาจนเจ้าหนี้หมดแรงไปเอง
วิธีนี้อาจไม่ใช่การซ่อนทรัพย์โดยตรง แต่ก็ได้ผลมากที่สุด โดยลูกหนี้จะยื้อเวลา ไม่รับเอกสาร เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนงาน ทำให้การติดตามยุ่งยาก พอเวลาผ่านไป เจ้าหนี้บางรายจึงเบื่อ เหนื่อย หมดกำลังใจ สุดท้ายก็ตัดใจเลิกตาม หรือปล่อยให้คดีขาดอายุความในบางส่วน
เมื่อเจอวิธีนี้คนส่วนใหญ่จึงมักไม่ได้เงินคืน เพราะการติดตามต้องใช้ทั้งเวลา ประสบการณ์ และทรัพยากรต่อเนื่อง ซึ่งการสืบทรัพย์ลูกหนี้ที่เริ่มช้าเกินไป โอกาสสำเร็จจะลดลงเรื่อย ๆ
บทสรุป
สิ่งที่อยากให้เข้าใจตรงกันคือ ลูกหนี้ที่ตั้งใจหนีไม่ได้หนีแบบมั่ว ๆ แต่หนีอย่างมีแผน และรู้ช่องโหว่ทางกฎหมายดีมาก การพึ่งการสืบทรัพย์ไปถึงแค่เอกสารหรือการค้นข้อมูลด้วยตัวเอง จึงมักไม่เพียงพอในทางปฏิบัติจริง
ถ้าคุณเริ่มสงสัยว่าลูกหนี้ “ดูจนผิดปกติ” ทั้งที่เมื่อก่อนมีทรัพย์ครบ อย่ารอให้คดีจบก่อนค่อยลงมือ เพราะลูกหนี้มักซ่อนทรัพย์ตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าจะถูกฟ้อง และเวลาที่ผ่านไปคือโอกาสที่หายไป การสืบทรัพย์ให้ได้ผลจริง ต้องเริ่มเร็วและเริ่มให้ถูกทาง ทีม SPY191 มีประสบการณ์สืบคดีจริง เข้าใจทั้งกฎหมายและพฤติกรรมการหนีหนี้ หากคุณยังอยากรักษาสิทธิของตัวเองไว้ การตัดสินใจจ้างนักสืบของเราวันนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ
คำถามที่พบบ่อย:
1. ลูกหนี้ไม่ได้จน แต่ทำไมถึงไม่เหลือทรัพย์ให้ยึดสักอย่าง
เพราะเขาวางแผนซ่อนทรัพย์ตั้งแต่รู้ว่าจะถูกฟ้อง ทรัพย์ถูกย้ายชื่อ ย้ายที่ หรือซ่อนไว้หมดแล้ว พอถึงวันบังคับคดี คุณจึงไม่เจออะไรเลย
2. ลูกหนี้บอกว่าไม่มีทรัพย์ แบบนี้ยังสืบได้ไหม
ยังสืบได้ ถ้าเขาจนจริงจะจนทุกทาง แต่ถ้าแค่จัดฉากให้ดูจน ยังมีร่องรอยให้ตามเสมอ
3. ถ้าปล่อยเวลาไปนาน จะยังมีโอกาสเจอทรัพย์ลูกหนี้อีกไหม
ยิ่งช้า โอกาสยิ่งน้อย เวลาเป็นอาวุธของลูกหนี้ และเป็นจุดอ่อนของเจ้าหนี้ ใครเริ่มสืบก่อนจึงได้เปรียบก่อน
แหล่งอ้างอิง:
[1] คลินิกแก้หนี้. เจ้าหนี้ ยึด/อายัด ทรัพย์สินอะไรได้บ้าง? (2023). สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2568 แหล่งอ้างอิง: https://www.debtclinicbysam.com/เจ้าหนี้-ยึด-อายัด-ทรัพย/
[2] กรมบังคับคดี. แผนภูมิแสดงขั้นตอนการบังคับคดี (2021). สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2569 แหล่งอ้างอิง: https://sub.led.go.th/hot-n/wp-content/uploads/2024/06/6-คู่มือแผนภูมิแสดงขั้นตอนการบังคับคดี.pdf
[3] สถาบันพระปกเกล้า. แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบหาทรัพย์ลูกนี้ เพื่อบังคับคดีแพ่งของสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. นายเอกวัฒน์ จิตสำรวย (2021). สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2569 แหล่งอ้างอิง: https://prt.parliament.go.th/server/api/core/bitstreams/61dfb7d4-437f-4c5f-af53-b07ab116cc75/content


