บริการสืบหาหลักฐานฟ้องคดีชู้
ปัญหาการมีชู้เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความขัดแย้ง ความเจ็บปวดทางจิตใจ และได้รับผลกระทบทางกฎหมาย เมื่อคู่สมรสมีพฤติกรรมที่ถือว่าเป็น “ชู้” นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาภายในครอบครัวแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตทางสังคมและการเงินของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ดังนั้นการมีหลักฐานที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีให้ได้รับความเป็นธรรม และเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น
อัปเดตกฎหมายใหม่เกี่ยวกับการฟ้องชู้
ข้อกฎหมายใด ๆ ที่คุณเคยรู้มาก่อนหน้านี้ ให้ลืมและทิ้งไปก่อนได้เลย เพราะหลังจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้แล้ว กฎหมายเกี่ยวกับการฟ้องชู้ก็มีการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไปด้วย โดยมาตรา 1523 วรรคสอง ได้ถูกปรับเปลี่ยนข้อความสำคัญ ดังนี้
- - คำว่า “สามี” และ “ภริยา” ถูกเปลี่ยนเป็น “คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”
- - คำว่า “ชู้สาว” ถูกเปลี่ยนเป็น “ในทำนองชู้”
เนื้อหาของกฎหมายฉบับปรับปรุงนี้ระบุว่า ฝ่ายที่ถูกนอกใจสามารถเรียกร้องค่าทดแทนจากคู่สมรสของตนได้ และยังเรียกร้องจากผู้ที่เป็นชู้ได้ด้วย ซึ่งหมายความว่า ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าทดแทนได้ง่ายขึ้นแม้การคบชู้นั้นจะไม่มีการแสดงตนอย่างเปิดเผยก็ตาม
นิยามคำว่า “ชู้” ตามข้อกฎหมายใหม่
ก่อนหน้านี้ การฟ้องชู้จำเป็นต้องมีหลักฐานว่ามีการกระทำที่ชัดเจนในเชิงชู้สาว เช่น การอยู่กินกันฉันสามีภรรยา หรือการมีเพศสัมพันธ์ แต่จากข้อกฎหมายใหม่ การกระทำในลักษณะที่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่เกินกว่าปกติของคนทั่วไป แม้ไม่มีหลักฐานว่ามีเพศสัมพันธ์กัน ก็สามารถฟ้องร้องได้ เช่น
- - มีการล่วงเกินกันในลักษณะเชิงชู้สาว แม้ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
- - การกอด จูบ หรือสัมผัสในลักษณะที่เกินกว่าที่เพื่อนทั่วไปทำกัน และการกระทำอื่น ๆ ที่ไม่เป็นที่ยอมรับตามประเพณีอันดีงาม
- - มีหลักฐานสนับสนุนที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่มากกว่าการเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จักทั่วไป
- - กฎหมายนี้ครอบคลุมความสัมพันธ์ระหว่างทุกเพศ ตามพรบ.สมรสเท่าเทียม
ความสำคัญของหลักฐานในการฟ้องชู้
จากการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย แม้จะเอื้อให้ผู้เสียหายฟ้องชู้ได้โดยไม่ต้องมีหลักฐาน แต่ในส่วนของการฟ้องเรียกค่าชดเชย หลักฐานที่ดีย่อมสามารถช่วยให้การฟ้องร้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
- - ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่แสดงถึงพฤติกรรมที่เข้าข่ายการเป็นชู้
- - ข้อความแชต หรือบันทึกการสนทนาที่แสดงถึงความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
- - หลักฐานทางการเงิน เช่น การโอนเงิน หรือการใช้จ่ายร่วมกัน
- - พยานบุคคลที่สามารถยืนยันพฤติกรรมการเป็นชู้ได้
สิ่งที่มีผลต่อการกำหนดค่าทดแทนในชั้นศาล
เมื่อมีหลักฐานต่าง ๆ ที่พิสูจน์ยืนยันความเป็นชู้ได้ชัดเจน ศาลจะพิจารณาการจ่ายค่าทดแทนโดยใช้หลักเกณฑ์หลายประการ เช่น
- - ฐานะทางสังคมของคู่สมรสและชู้
- - ระดับการศึกษาของทุกฝ่าย
- - ระยะเวลาที่คู่สมรสอยู่ร่วมกันก่อนเกิดเหตุ
- - ระยะเวลาที่ความสัมพันธ์เชิงชู้เกิดขึ้น
- - ลักษณะการเปิดเผยความสัมพันธ์ต่อสาธารณะ
- - ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผู้เสียหาย
การมีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาของความสัมพันธ์และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการเรียกร้องค่าทดแทนให้เป็นธรรมมากขึ้น


