
เส้นทางนักสืบ : จากคำตอบไร้เดียงสา สู่ชีวิตที่ไม่เหมือนในหนัง
25 มกราคม 2023
เรื่องลับที่เราอยากรู้ อาชีพนักสืบเท่หรือเสี่ยงกันแน่
8 มิถุนายน 2023นักสืบใครก็อยากเป็น
สิ่งที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝัน มันเท่ห์ มันดูฉลาด มันดูลึกลับ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นได้.... พื้นฐานต้องมีความอดทน ช่างสังเกตุ แคล่วคล่องว่องไว แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีไหวพริบปฎิภานรอบตัว ต้องพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ ซึ่งโอกาสและจังหวะชีวิตไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนที่จะมีโอกาสได้สัมผัส...และมันคืออาชีพ “นักสืบ..ใคร ๆ ก็อยากเป็น” นั่นเอง
คำว่า “นักสืบ” ฟังดูเท่ห์จริงไรจริง แต่การที่จะทำหน้าที่นี้ได้ดีและสมบูรณ์แบบนั้น ต้องอาศัยหลายองค์ประกอบภายในบุคคลเดียวกัน ในความเป็นจริงก็มีทั้งเป็นไปได้ และอาจจะไม่ครบก็ได้ เพราะว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาย่อมมีขีดความสามารถ หรือพรสวรรค์ ที่ฟ้าประทานมาไม่เท่ากัน บางคนได้มาครบเครื่อง ดั่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายเคยได้ยินคือคำว่า “เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ หรือ Born to be” นั่นเอง แต่บางคนอาจจะได้มาน้อยกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งไม่แปลกและไม่มีอะไรถูกหรือผิดเช่นเดียวกัน
กล่าวคือ บางคนเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ ในขณะเดียวกันใครบางคนก็เกิดมาเพื่อเป็นผู้ตาม หรือรับคำสั่งเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ มองอีกด้านนึงก็จะเห็นความลงตัวจากการที่มีบุคคลหลาย ๆ ลักษณะ ปนเปกันในโลกของความเป็นจริง เพื่อสร้างสมดุลหรือเติมเต็มส่วนที่ขาดให้แก่กันและกันได้อย่างลงตัว ด้วยบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว ต่างคนต่างที่มาย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน แต่เมื่อค้นหาและดึงศักยภาพทีมีอยู่ในตัวออกมาใช้ให้เหมาะกับงานก็จะเห็นว่า เพชรในตมมีจริงเช่นเดียวกันในงานนักสืบ ย่อมมีทั้งคนที่พร้อมมากที่สุด, มาก, ปานกลาง และน้อย ตามลำดับ... กล่าวคือ
กลุ่มที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ มักจะมีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งบุคลิกลักษณะภายในและภายนอก ซึ่งบางคนเพียงแค่มองผิวเผินก็จะเห็นได้ว่ามีความเป็นผู้นำสูง ด้วยลักษะทางกายภาพ เมื่อได้เรียนรู้หรือสัมผัสตัวตนระดับนึง จะเห็นถึงความเป็นคนกล้าคิดกล้าทำและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เร็ว มีทักษะการสื่อสารเจรจาต่อรองและการจดจำที่ดีเยี่ยม เป็นต้น
กลุ่มที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้ตาม มักจะมีอีกบุคลิก เช่น บางคนชอบเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ ไม่ชอบแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งเร้ารอบตัวหรือต่อหน้าสาธารณชน แต่ก็ไม่ขัดแย้งถ้าจะต้องทำตามความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่หรือรับคำสั่งต่าง ๆ เช่นกัน... และการที่จะหล่อหลอมความคิดในการทำงานหรือเรื่องราวต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว ในขณะปฏิบัติหน้าที่นั้น
ในงานนักสืบก็เฉกเช่นเดียวกันกับงานอื่น ๆ ซึ่งต้องใช้ไหวพริบ ความตื่นตัว กระตือรือร้น มากกว่างานอื่น ๆ หลายเท่าตัว+++ และต้องอาศัยทั้งความเป็นศาสตร์และศิลป์ในเวลาเดียวกัน ในความเป็นศาสตร์นั้น เปรียบได้กับคนที่มีภาวะผู้นำสูง มักจะใช้ไหวพริบ หรือการนำตรรกะเชิงวิชาการต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ลักษณะงาน วางแผนการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องและบรรลุเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ซึ่งยังไม่เพียงพอ จริง ๆ แล้วในการทำงานยังต้องการคนที่มีทักษะด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น
ทักษะทางด้านอารมณ์ (Soft skills)
หรือเปรียบได้กับความเป็นศิลป์ นั่นเอง ทักษะข้อนี้สำคัญมากพอกันกับความรู้เชิงวิชาการ หรือเรียกว่าเป็นของคู่กัน เป็นตัวเติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างลงตัว (เหมือนขาว-ดำที่มาคู่กัน... อันนี้ไม่เดี่ยวกับนักสืบล่ะ...หลงประเด็น เอิ้ก ๆ ๆ ) เรื่องทักษะด้านอารมณ์นั้น ยังแยกย่อย ออกได้หลายประการซางนักสืบทุคนควรตระหนักและมีอยู่ในตัว ขอยกตัวอย่างดังนี้.
1. ความเป็นผู้นำและความคิดสร้างสรรค์ (Leadership & Creativity) ทักษะการเป็นผู้นำนั้นไม่จำเป็นต้องมีในหัวหน้าเท่านั้น แต่ทุกคนควรมีทักษะนี้ติดตัว รวมถึงมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และสามารถนำเสนอได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งฝ่ายเดียว ในบางสถานการณ์ที่เร่งด่วน ที่ต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเฉพาะหน้าก็ควรตัดสินใจลงมือทำได้ทันท่วงที เพื่อป้องกันความเสียหายของงาน หรือเพิ่มประสิทธิภาพของงาน
2.การสื่อสาร (Communication) ในการทำงานหรืออยู่ร่วมกันบนโลกนี้ต้องอาศัย การสื่อสารไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ๆ การติดต่อสื่อสารที่ถูกต้องรวดเร็วภายในระยะเวลาที่กำหนด ย่อมส่งผลดีต่อทุกฝ่าย ในงานนักสืบก็เช่นเดียวกัน นับเป็นอีกทักษะที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ส่งสาร หรือผู้รับสาร ถ้าตีความหรือการสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพ อาจนำมาซึ่งความล่าช้าหรืออาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่องานได้
3.การทำงานเป็นทีม (Team work) ในการทำงานไม่มีคำว่าพระเอกหรือฉายเดี่ยว (One man show) มีแต่คำว่าการก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและพร้อมเพรียงกัน นักสืบทุกคนในองค์กรคือฟันเฟืองที่เป็นตัวขับเคลื่อนงานให้สำเร็จในที่สุด ดังนั้นทักษะการร่วมมือร่วมแรงกันจะช่วยให้ศักยภาพของการทำงานร่วมกับผู้อื่นหรือการทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


